Agricultural
ควรฉีดล้างพลาสติกด้วยน้ำสะอาดประมาณ เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดฝุ่น คราบดิน และสิ่งสกปรกที่สะสมบนผิวพลาสติก เพราะคราบฝุ่นและความชื้นอาจเป็นปัจจัยให้เกิดตะไคร่น้ำ และทำให้แสงส่องผ่านเข้าสู่โรงเรือนได้น้อยลง
ควรหลีกเลี่ยงการใช้แปรงแข็ง ของมีคม หรือเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงใกล้ผิวพลาสติก เพราะอาจทำให้พลาสติกเป็นรอยหรือฉีกขาดได้
ควรหลีกเลี่ยงการให้พลาสติกสัมผัสเปลวไฟ ของมีคม และสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงโดยตรง เพราะอาจทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากมีการพ่นสารเคมีภายในโรงเรือน ควรหลีกเลี่ยงการพ่นใส่ผิวพลาสติกโดยตรง นอกจากนี้ควรติดตั้งให้ถูกด้านและใช้วัสดุยึดที่เหมาะสม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของพลาสติก
ควรติดตั้งพลาสติกให้ตึงพอดี ไม่หย่อนหรือดึงแน่นจนเกินไป ตรวจสอบโครงเหล็กและจุดยึดไม่ให้มีคมหรือเสียดสีกับพลาสติก รวมถึงตรวจเช็กรอยขาดหรือรอยถลอกเป็นประจำ หากพบความเสียหายควรใช้เทปซ่อมพลาสติกโรงเรือนปิดทันที เพื่อป้องกันรอยฉีกขยายใหญ่ขึ้น
ควรเลือกจากชนิดพืช ขนาดโรงเรือน และระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้
- 100 ไมครอน เหมาะกับโรงเรือนขนาดเล็ก พืชอายุสั้น หรือผู้ที่ต้องการทดลองปลูก
- 150 ไมครอน เหมาะกับการใช้งานทั่วไป แข็งแรงและคุ้มค่า
- 200 ไมครอน เหมาะกับการใช้งานระยะยาว โรงเรือนขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ที่มีลมแรง
ผู้เริ่มต้นสามารถแจ้งขนาดโรงเรือน ชนิดพืช และพื้นที่ติดตั้ง เพื่อให้ทีมงาน VSC แนะนำสูตรและความหนาที่เหมาะสมได้เลยครับ
พลาสติกโรงเรือน VSC ผลิตด้วยเทคโนโลยีฟิล์ม 5 ชั้น เนื้อพลาสติกเหนียว แข็งแรง และทนต่อแสงแดด ลม รวมถึงสภาพอากาศได้ดี จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ช่วยลดค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
- สูตรมาตรฐาน: ให้แสงผ่านสูง เหมาะกับพืชที่ต้องการแสงมาก ใช้ได้กับพืชทุกชนิด
- สูตรกระจายแสง: ช่วยกระจายแสงให้พืชได้รับแสงเท่ากันทั้งโรงเรือน
- สูตรลดความร้อนและกระจายแสง: ช่วยลดความร้อนสะสมได้ 2-5 องศา และกระจายแสงพร้อมกัน เหมาะกับพื้นที่อากาศร้อนและพืชที่ไวต่อความร้อน
นอกจากนี้ VSC ยังมีสูตรคัดเลือกแสง สูตรลดหยดน้ำ สูตรป้องกันแมลง และสูตรป้องกันตะไคร่หรือเชื้อราให้เลือกตามลักษณะงาน
Cooling Diffused Film คือพลาสติกสูตรพิเศษที่ช่วยลดความร้อนสะสมภายในโรงเรือน พร้อมกระจายแสงให้ทั่วถึงมากขึ้น ช่วยลดเงาบังระหว่างต้น ทำให้พืชแต่ละต้นได้รับแสงอย่างสม่ำเสมอ และสามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนได้ประมาณ 2–5 องศาเซลเซียส เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น
พลาสติกคลุมโรงเรือนเป็นฟิล์มที่ออกแบบมาเพื่อคลุมโครงสร้างโรงเรือน ช่วยควบคุมแสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ลม และฝน ทำให้สามารถจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช ลดความเสียหายจากสภาพอากาศ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกได้ดียิ่งขึ้น
เลือกตามระยะเวลาการใช้งานและลักษณะของโรงเรือน โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้
- 100 ไมครอน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น พืชอายุสั้น หรือโรงเรือนขนาดไม่ใหญ่มาก
- 150 ไมครอน เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ต้องการความคุ้มค่าและความทนทานมากขึ้น
- 200 ไมครอน เหมาะสำหรับโรงเรือนขนาดใหญ่ การใช้งานหนัก หรือการลงทุนระยะยาว
พลาสติกคลุมโรงเรือน VSC มีความหนาให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ 100–200 ไมครอน และหน้ากว้างสูงสุดประมาณ 14 เมตร
อายุการใช้งานโดยประมาณของพลาสติกโรงเรือน VSC
- 100 ไมครอน: ประมาณ 2 ปี
- 150 ไมครอน: ประมาณ 3 ปี
- 200 ไมครอน: ประมาณ 4 ปี
อายุจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับการติดตั้ง ความแรงของแดดและลม การใช้สารเคมีภายในโรงเรือน รวมถึงการดูแลรักษาพลาสติก
Aquaculture
พลาสติกปูบ่อน้ำ VSC ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เนื้อพลาสติกเหนียว ยืดหยุ่น และทนต่อการใช้งานกลางแจ้งได้ดี สามารถเลือกความหนาให้เหมาะกับขนาดบ่อและระยะเวลาการใช้งาน จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน ลดปัญหารั่วซึม ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
ควรวัด ความกว้าง ความยาว และความลึกของบ่อ รวมถึงความลาดเอียงของขอบบ่อ แล้วเผื่อพื้นที่พลาสติกสำหรับพาดและยึดบริเวณขอบทุกด้าน ไม่ควรสั่งพลาสติกเท่ากับขนาดปากบ่อเพียงอย่างเดียว เพราะจะไม่เพียงพอสำหรับปูลงไปถึงพื้นและผนังบ่อ เว็บไซต์ VSC มีส่วนสำหรับคำนวณขนาดฟิล์มปูบ่อจากข้อมูลกว้าง ยาว และลึกด้วย
พลาสติก PE มีความเหนียวและยืดหยุ่นกว่า ติดตั้งง่าย เหมาะกับบ่อเกษตร บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ และงานขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ส่วนแผ่น HDPE มีความหนาและแข็งแรงกว่า เหมาะกับบ่อขนาดใหญ่ งานอุตสาหกรรม บ่อบำบัดน้ำเสีย บ่อไบโอแก๊ส และโครงการที่ต้องการใช้งานระยะยาว โดย HDPE ต้องติดตั้งด้วยการเชื่อมรอยต่อโดยช่างที่มีความชำนาญ
แนวทางเบื้องต้นสามารถเลือกได้ดังนี้
- 150 ไมครอน: งานขนาดเล็ก งานทดลอง หรืองานที่ใช้งานไม่หนัก
- 200 ไมครอน: บ่อเก็บน้ำและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วไป
- 300 ไมครอน: บ่อขนาดใหญ่ขึ้น หรือต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
- 500 ไมครอน: งานหนัก งานกลางแจ้งระยะยาว หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเสียหายสูง
ก่อนเลือกควรพิจารณาขนาดบ่อ ลักษณะพื้นดิน ระยะเวลาใช้งาน และงบประมาณร่วมกัน
อายุการใช้งานโดยประมาณตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ของ VSC คือ
- 150 ไมครอน: ประมาณ 2 ปี
- 200 ไมครอน: ประมาณ 3 ปี
- 300 ไมครอน: ประมาณ 4 ปี
- 500 ไมครอน: ประมาณ 6 ปี
อายุจริงขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นบ่อ วิธีติดตั้ง ความเข้มของแสงแดด การสัมผัสสารเคมี และความเสียหายจากของมีคมหรือสัตว์ต่าง ๆ
พลาสติกปูบ่อ VSC มีความหนาหลัก ได้แก่
- 150 ไมครอน
- 200 ไมครอน
- 300 ไมครอน
- 500 ไมครอน
ผลิตเป็นสีดำทึบเพื่อช่วยป้องกันแสงผ่าน เนื้อพลาสติกมีความยืดหยุ่นและเหมาะสำหรับการติดตั้งตามรูปทรงของบ่อ
พลาสติก PE ปูบ่อสามารถใช้กับบ่อเก็บน้ำเพื่อการเกษตร บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง บ่ออนุบาลสัตว์น้ำ คลองส่งน้ำ พื้นโรงเรือน และงานป้องกันน้ำซึมชั่วคราว โดยมีความยืดหยุ่นสูง จึงสามารถปูตามพื้นบ่อที่มีความโค้งหรือความลาดเอียงได้สะดวก
HDPE Geomembrane
เหมาะสำหรับงานหลายประเภท เช่น
- บ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่
- บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
- บ่อบำบัดน้ำเสีย
- บ่อไบโอแก๊ส
- หลุมฝังกลบขยะ
- เหมืองแร่และนาเกลือ
- เขื่อน คลองส่งน้ำ และสระน้ำ
งานรองพื้นหรือป้องกันน้ำซึมในโครงการก่อสร้าง
และอื่นๆที่ต้องการการเก็บของเหลวในระยะเวลานาน
HDPE เป็นวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับงานระยะยาว แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่น การเตรียมพื้นหน้างาน การสัมผัสแดดและสารเคมี คุณภาพการติดตั้ง และรอยเชื่อม แต่สำหรับอายุการใช้งาน และเงื่อนไขการรับประกันของ VSC อยู่ที่ 7 ปีขึ้นไป ตามความหนาและเงื่อนไขของบริษัท
หลังการติดตั้งควรตรวจสอบคุณภาพและความแน่นของรอยเชื่อมทุกจุด เพื่อป้องกันปัญหารั่วซึมในภายหลัง จึงแนะนำให้ติดตั้งโดยทีมช่างที่มีประสบการณ์และมีอุปกรณ์ตรวจสอบรอยเชื่อมโดยเฉพาะ
นำแผ่น HDPE 2 ผืนมาวางซ้อนทับกันบริเวณรอยต่อ จากนั้นใช้เครื่องเชื่อมความร้อนเชื่อมแผ่นทั้งสองให้ประสานติดกันเป็นเนื้อเดียว ช่วยให้รอยต่อมีความแข็งแรงและป้องกันการรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
GRI-GM13 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับตรวจสอบคุณสมบัติของแผ่น HDPE Geomembrane เช่น ความหนา ความหนาแน่น ความแข็งแรงต่อแรงดึง ความต้านทานการฉีกขาด การเจาะทะลุ และปริมาณคาร์บอนแบล็ก แผ่น HDPE ของ VSC ผลิตและควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน GRI-GM13
HDPE Geomembrane VSC มีความหนาตั้งแต่ประมาณ
0.30, 0.50, 0.75, 1.00, 1.25, 1.50, 1.80 และ 2.00 มิลลิเมตร
การเลือกความหนาควรพิจารณาจากประเภทโครงการ ขนาดพื้นที่ สภาพพื้นดิน ชนิดของของเหลวหรือสารเคมี และอายุการใช้งานที่ต้องการ
HDPE Geomembrane คือแผ่นพลาสติกความหนาแน่นสูงที่ออกแบบมาสำหรับงานป้องกันการรั่วซึม มีความแข็งแรง ทนต่อแสง UV ความร้อน สารเคมี การฉีกขาด และแรงเจาะทะลุได้ดี เหมาะกับโครงการที่ต้องการความทนทานและใช้งานในระยะยาว